[รีวิว] Resident Evil 4 Remake หนึ่งในภาคที่ยอดเยี่ยมและเคารพต้นฉบับ สมกับการรีเมคที่ควรจะเป็น!

onkami 27 Mar 2023, 01:57:00
ข่าวเกม PC Review Games PC Online Review Game Console ข่าวเกม Console เกมรีวิว เกมพรีวิว


อาเจ๊นัทเชื่อว่าใครที่เป็นแฟนซีรีส์เกม Resident Evil ยังไงก็ต้องจัดภาคนี้มาเล่นกันอย่างแน่นอน สำหรับเกม “Resident Evil 4 Remake” แต่ก็มีผู้เล่นบางกลุ่มที่ยังกลัว ๆ กล้า ๆ ว่า ‘ จะจัดมาเล่นดีไหม!? กลัวมันจะทำออกมาไม่ดีเหมือนกับ Resident Evil 2 และ Resident Evil 3 ในเวอร์ชัน Remake ’ แม้ว่าจะมีคะแนนสื่อต่างประเทศออกมาที่ให้แทบจะเต็มในทุก ๆ สำนัก แต่คนก็ยังกลัวว่ามันเป็นการอวยเกมของแฟนซีรีส์นี้หรือเปล่า!? งั้นอาเจ๊นัทจะมาขอรีวิวเกมนี้กันในรูปแบบไม่สปอยเนื้อหา จะพูดถึงสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง ชอบไม่ชอบตรงไหนก็จะเล่าให้ฟังกันค่ะ



เนื้อเรื่องไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่เล่าเรื่องให้โดดเด่นมากขึ้น!



เนื้อเรื่องคร่าว ๆ เกี่ยวกับตัวเกม “Resident Evil 4” คือพูดถึงเหตุการณ์ 6 ปีให้หลังที่ตัว ‘Leon S. Kennedy’ นายตำรวจหนุ่มที่เจอกับฝันร้ายและต้องเอาตัวรอดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่เมือง Raccoon City การรอดชีวิตของเขาในครั้งนั้น ตัวเขาได้เข้าฝึกฝนตนเองจนทางประธานาธิบดีได้เรียกเขาไปพบเพื่อรับภารกิจพิเศษในการออกตามหาและช่วยเหลือลูกสาวของเขาที่ชื่อ ‘Ashley Graham’ ที่ถูกลักพาตัวไป ณ.ชนบทแห่งหนึ่งในยุโรป แต่เมื่อเขามาถึงก็พบว่าฝันร้ายกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง



ในเนื้อเรื่องเวอร์ชัน Remake เนื้อเรื่องไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมสักเท่าไหร่ แต่มีการปรับปรุงในการเล่าเรื่อง การนำเสนอให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ตัวเกมได้ตัดเนื้อหาบางส่วนที่ตัวเกมต้นฉบับได้ทำเอาไว้แล้วมันดูเป็นแฟนตาซีและไม่สมจริงออกไป ทำให้โทนของตัวเรื่องจริงจังมากขึ้น ดูสมเหตุ สมผลและมีความเป็นไปได้มากกว่า ถ้าถามว่ามันถูกตัดออกไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน จริง ๆ ส่วนตัวมองว่าแค่ 5% จากเวอร์ชันเดิมเท่านั้น และอาเจ๊นัทเองก็ชอบในการเพิ่มเนื้อเรื่องของตัวละครบางตัวให้มีบทบาทมากขึ้นอย่างพ่อหนุ่มขี้เล่น ‘Luis Sera’ ที่เพิ่มเข้ามาได้น่าสนใจมาก ๆ ค่ะ 



เกมเพลย์ที่ลื่นไหล เตือนไว้ก่อน…เล่นรอบแรกอาจจะหัวร้อนเบา ๆ เพราะมันยากกว่าเดิม!



ไม่รู้อาเจ๊นัทคิดไปเองหรือเปล่า!? ตัวเกม “Resident Evil 4 Remake” มีความยากกว่าตัวเกมต้นฉบับยังไงก็ไม่รู้แหะ นี่ขนาดเล่นในโหมดความยากระดับ Standard ที่เป็นความยากระดับทั่วไป กระสุนภายในเกมยังไม่พอที่จะสู้กับศัตรูในบางช่วงเวลาเลย แต่มันก็เป็นอะไรที่ท้าทายผู้เล่นใช้ได้เลยค่ะ อีกทั้งทรัพยากรที่ใช้ในการอัปเกรดอาวุธผู้เล่นก็ต้องคำนวนให้ดีว่าเราจะเลือกอัปอาวุธชิ้นไหนและเน้นไปทางไหนก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะไม่เพียงพอเมื่อเราเล่นไปถึงเนื้อเรื่องช่วงกลางเกม หรือ ท้ายเกมที่จะมีอาวุธใหม่เพิ่มเข้ามา แถมยังปลดล็อคขีดจำกัดในการอัปเกรดอีกด้วย นอกจากนี้ภายในเกมยังมีสถานที่ปริศนาและไอเทมซ่อนอยู่ผ่านเงื่อนไขต่าง ๆ เอาเป็นว่า ‘อย่าลืมสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ให้ทั่วด้วยนะคะ’



กลับมาพูดถึงตัวละครภายในเกมกันต่อ อย่างที่ทราบกันว่าตัวละคร ‘Leon S. Kennedy’ ใน “Resident Evil 4” เขาผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง ทำให้เขาสามารถที่จะรับมือกับศัตรูได้อย่างสบาย ๆ ในตัวเกมเวอร์ชันต้นฉบับเราจะเห็นว่า Leon เองก็มีความคล่องตัวมากกว่าตอนเป็นตำรวจมากอยู่แล้ว แต่พอมาเป็นเวอร์ชัน Remake ทาง Capcom ก็ยังคงเอกลักษณ์ความสามารถของเขาให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมเพลย์ในส่วนการใช้อาวุธป้องกันตัวประเภท ‘มีด’ ที่มีการเพิ่มระบบปัดป้อง (Parries) เข้ามาเป็นลูกเล่นเพื่อให้ผู้เล่นสามารถที่จะป้องกันการโจมตีของศัตรูหรือบอสได้ 



อีกทั้งเราสามารถลอบสังหารศัตรูในขณะที่พวกมันไม่รู้ตัวด้วยการโจมตีครั้งเดียว ที่อาจจะต้องแลกมากับความเสียหายของมีดเล็กน้อย แล้วถ้าใครที่ชอบความท้าทายบอกไว้เลยว่า Professional Mode ซึ่งเป็นโหมดยากสุด การปัดป้องของเราจากศัตรูจะต้องสมบูรณ์แบบเท่านั้น ไม่สามารถยกขึ้นมาป้องกันก่อนไม่ได้ ก็เรียกว่าท้าทายไม่ใช่น้อยเลยค่ะ



นอกจากตัวละคร Leon ที่เราจะได้เล่นและมีการปรับปรุงแล้ว ในภาคนี้ตัวละคร ‘Ashley Graham’ ก็มีการปรับปรุงให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เธอจะไม่ได้เป็นภาระให้กับเราอีกต่อไป เธอสามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากยิ่งขึ้นและบางช่วงเราก็จะได้บังคับเธอด้วย จากในเวอร์ชันต้นฉบับเธอจะเรียกหาเราอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้เราช่วยเหลือ แต่ในภาคนี้เธอได้ทำลายความกลัวที่มีอยู่เช่น ‘การกลัวความสูง’ เธอสามารถกระโดดลงได้เอง ไม่เรียกหาเราอยู่บ่อย ๆ อีกแล้ว 



ที่สำคัญ! ในภาคนี้เธอจะไม่มีหลอดพลังชีวิตอีกแล้ว แต่เธอก็ยังสามารถล้มลงกับพื้นเพื่อรอให้เราไปช่วยเหลืออยู่ดี ซึ่งถ้าเราไปช่วยเหลือเธอช้า เธออาจจะถูกศัตรูโจมตีอีกครั้งแล้วทำให้เกมโอเวอร์เริ่มใหม่ได้ แต่สิ่งที่ประทับใจในส่วนเกมเพลย์ของเธอคือเนื้อเรื่องช่วงที่เราจะได้บังคับเธอ มันสนุก ตื่นเต้น และระทึกขวัญไปพร้อม ๆ กันค่ะ



กราฟฟิกที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยขุมพลัง RE Engine

เรียกว่าเป็นขุมพลังประจำค่ายเกม Capcom เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ ‘RE Engine’ ที่ถูกนำมาใช้ครั้งแรกใน Resident Evil 7: Biohazard หลังจากนั้นก็นำมาใช้กับเกมอื่น ๆ ในเครือทั้งหมดไม่ใช่แค่ซีรีส์ Resident Evil ใครที่เล่นภาคเก่า ๆ ได้อยู่แล้วก็สามารถเล่นภาคนี้บนแพลตฟอร์ม PC ได้เลย ในภาคนี้กราฟฟิกก็พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งใครที่มีสเปกคอมพิวเตอร์สูง ๆ รันในความละเอียด 4K จะเห็นว่าแสง สี เงา และรายละเอียดของตัวเกมดูชัดเจนมากกว่าคนที่เล่นในความละเอียดแบบปกติ แต่ถ้าใครที่เล่นบนแพลตฟอร์ม Console อย่าง PlayStation 5 หรือ Xbox Series X|S ก็จะมีฟังก์ชันว่าต้องการเล่นแบบเน้นเฟรมเรตหรือเน้นกราฟฟิกอยู่ที่เพื่อน ๆ เลยค่ะ 



ยังคงเป็นเกมที่เล่นซ้ำได้เรื่อย ๆ และยังเหลือคอนเทนต์พิเศษที่จะเพิ่มเติมเข้ามาในอนาคต!



ถ้าใครที่เคยเล่นเกม “Resident Evil 4” มาก่อนก็จะทราบดีว่าตัวเกมในภาคนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นสามารถสนุกกับเกมนี้ได้หลาย ๆ รอบ เพื่อที่จะให้เราสามารถอัปเกรดอาวุธได้ทั้งหมด หรือปลดล็อคไอเทมอื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งในเวอร์ชัน Remake ก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันค่ะ แต่ก็มีการเพิ่มเติมเช่นการนำแต้ม CP ที่ได้จากการทำภารกิจหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ภายในเกมไปปลดล็อคไอเทมจำพวก เครื่องแต่งกายของ Leon และ Ashley, ปลดล็อคอาวุธพิเศษ หรือ คอนเซ็ปต์อาร์ตต่าง ๆ เป็นต้น 



เท่านั้นยังไม่พอภาคนี้ก็จะมี ‘ โหมด The Mercenaries ’ ให้เราได้เล่นกันด้วย ซึ่งใน “Resident Evil 4 Remake” ปัจจุบันยังไม่มีให้เราได้เล่นกันนะคะ แต่ไม่ต้องตกใจกันไปตอนนี้ทาง Capcom ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะทำการอัปเดตในรูปแบบเนื้อหาเสริม [DLC] ฟรี! กับผู้เล่นทุกคนในวันที่ 7 เมษายน ศกนี้ (2023) ส่วนโหมดเนื้อเรื่องของ Ada Wong อย่าง Separate Ways และ Assignment: Ada ในเวอร์ชันนี้ยังไม่มีให้เราได้เล่นเช่นเดียวกันค่ะ แต่ก็มีข่าวลือออกมาว่า “ ทาง Capcom กำลังพัฒนา Separate Ways กันอยู่ และคาดว่าจะปล่อยให้เราได้เล่นกันช่วงปลายปีนี้ ” ส่วนจะจริงเท็จแค่ไหนต้องรอลุ้นกันค่ะ



สรุป : ก็ต้องยอมรับกันว่าทาง Capcom ลองผิด ลองถูกกับคำว่า ‘Remake’ อยู่นานมาก เพราะตัวเกม “Resident Evil 2 กับ 3 Remake” มันมีหลาย ๆ ส่วนที่ถูกตัดออกไป แต่ผู้เล่นสัมผัสได้ทันทีว่ามันยังทำออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ตรงกันข้ามกับ “Resident Evil 4 Remake” ที่เห็นได้ชัดเจนเลยว่าตัวเกมพยายามเคารพตัวเกมต้นฉบับเดิมเอาไว้ แม้จะมีการตัดเนื้อหาบางอย่างออกไป แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยเนื้อหาใหม่ที่น่าสนใจมากขึ้น ใส่ความสมเหตุ สมผลเข้าไปเลยทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความเป็นไปได้ที่มันจะเกิดขึ้นจริง ๆ อีกทั้งยิ่งเราเล่นระดับความยากที่สูงขึ้นดูเหมือนระบบ A.I. ของศัตรูทำออกมาดีมาก เรียกว่าทั้งโหด หินเอาเรื่อง ทำให้เราจะต้องระวังตัวรอบด้านเลยนั่นเอง



จุดที่อาจจะไม่ชอบก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย ยกตัวอย่างเช่น ระบบเกมเพลย์ที่เราสามารถหลบหลีกการโจมตีในบางประเภทได้ แต่ดันไม่ออกแบบมาให้สามารถหลบการโจมตีได้ทุก ๆ แบบ เลยทำให้ส่วนนี้รู้สึกว่ามันดูครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไปสักหน่อย ถ้าจะปูให้ตัวละคร ‘Leon S. Kennedy’ เก่งแล้วก็อยากจะให้ตัวละครนี้มีระบบเกมเพลย์ที่จัดเต็มไปเลย แต่ก็เข้าใจได้ว่ามันจะดูเหนือมนุษย์เกินไปสักหน่อย (ฮ่า ๆ แต่ในแอนิเมชันหลัง ๆ พ่อหนุ่มของเราก็เก่งเหนือมนุษย์จริง ๆ นั้นแหละ) ถ้าให้คะแนนรีวิวสำหรับ “Resident Evil 4 Remake” อาเจ๊นัทขอให้คะแนนอยู่ที่ 9.9 เต็ม 10 ไปเลยค๊า! หาซื้อมาเล่นได้แล้วทั้งแพลตฟอร์ม PC, PlayStation 4, PlayStation 5 และ Xbox Series X|S




กำลังโหลด...